ผอมตอนแก่ ≠ แข็งแรงตอนแก่ กล้ามเนื้อคือ ‘ทุนชีวิตยามชรา’
โบราณว่า ‘มีเงินก็ซื้อความผอมตอนแก่ไม่ได้’ แต่ในมุมมองการแพทย์แผนจีนเพื่อสุขภาพ คำกล่าวนี้ควรปรับเปลี่ยนใหม่ว่า ‘เก็บเงินไม่เท่าเก็บกล้ามเนื้อ’ ในทฤษฎีการแพทย์แผนจีน กระดูกและกล้ามเนื้อต่างก็อยู่ในขอบเขตของ ‘ไตควบคุมสารจิง’ และ ‘ม้ามควบคุมกล้ามเนื้อ’ ซึ่งทั้งสองส่วนทำงานสัมพันธ์กัน ไตเก็บสารจิง สารจิงสร้างไขกระดูก ไขกระดูกบำรุงกระดูก ส่วนม้ามควบคุมการย่อยและดูดซึม สร้างชี่และเลือดเพื่อหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อ หากกล้ามเนื้อลดลง กระดูกจะขาดแรงกระตุ้นทางกล ทำให้การสูญเสียมวลกระดูกเร่งตัวขึ้น ดังที่คัมภีร์หวงตี้เน่ยจิงกล่าวไว้ว่า ‘กระดูกตรง เอ็นยืดหยุ่น ชี่และเลือดไหลเวียน’ แสดงว่าเอ็น กระดูก และกล้ามเนื้อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
การแพทย์แผนปัจจุบันยังยืนยันว่า การหดตัวของกล้ามเนื้อสร้างภาระทางกลต่อกระดูก ซึ่งช่วยส่งเสริมการเพิ่มขึ้นของความหนาแน่นของกระดูก เมื่อมวลกล้ามเนื้อลดลง กระดูกจะขาดการกระตุ้นที่ดีนี้ ทำให้ภาวะกระดูกพรุนและภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยมักจะ ‘มาคู่กัน’ เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหักอย่างมาก ดังนั้น การเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกต้องทำควบคู่กันไป ถือเป็นการ ‘ลงทุนเพื่อสุขภาพ’ ตลอดชีวิต
แพทย์แผนจีนกับการดูแลกล้ามเนื้อและกระดูก: บำรุงม้ามและไตพร้อมกันคือรากฐาน
แพทย์แผนจีนเชื่อว่า ความแข็งแรงของกระดูกมีรากฐานอยู่ที่สารจิงของไต ส่วนความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อขึ้นอยู่กับชี่ของม้าม หากสารจิงของไตเพียงพอ ไขกระดูกก็จะถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระดูกแข็งแรง หากชี่ของม้ามทำงานได้ดี ชี่และเลือดก็จะอุดมสมบูรณ์ กล้ามเนื้อก็จะสมบูรณ์และมีพลัง เมื่ออายุมากขึ้น สารจิงของไตจะค่อย ๆ ลดลง และชี่ของม้ามจะอ่อนแอลง กล้ามเนื้อและกระดูกก็จะเสื่อมถอยไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นอาการของ ‘ไตพร่องกระดูกอ่อนแอ’ และ ‘ม้ามพร่องกล้ามเนื้อลีบ’ ดังนั้น หลักการดูแลสุขภาพจึงควรเน้นที่ บำรุงม้ามเสริมชี่ และบำรุงไตเติมสารจิง เป็นสำคัญ
ผู้สูงอายุที่เริ่มมีอาการแรงบีบมือลดลง น่องเล็กลง หรือลุกนั่งลำบาก ถือเป็นสัญญาณว่าม้ามและไตเริ่มอ่อนแอ ชี่และเลือดไม่เพียงพอ ควรได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่ารอจนกระดูก ‘เปราะบาง’ แล้วค่อยมาเสียใจ
การบำบัดด้วยอาหาร: เลือกกินอาหารที่ช่วย ‘สร้างกล้ามเนื้อและเสริมสร้างกระดูก’
อาหารที่ช่วยบำรุงม้ามและไต ควรจัดหามาบริโภคเป็นประจำ:
1. มันเทศจีน (山药): บำรุงม้ามและไตอย่างอ่อนโยน เหมาะสำหรับนำมาต้มโจ๊กหรือนึ่ง รับประทานได้ต่อเนื่อง
2. งาดำ (黑芝麻): บำรุงตับและไต เสริมสารจิงและเลือด นำไปคั่วแล้วบดเป็นผง รับประทานวันละหนึ่งช้อนชาผสมในโจ๊ก
3. เมล็ดวอลนัท (核桃仁): บำรุงไต บำรุงสมอง และหล่อเลี้ยงเอ็นและกระดูก รับประทานวันละสองถึงสามเม็ดก็เพียงพอ
4. ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง: บำรุงม้าม ขับความชื้น และเสริมโปรตีน เต้าหู้และน้ำเต้าหู้เป็นทางเลือกที่ดีและราคาไม่แพง
5. ซุปกระดูกหมูตู้จ้ง: ใช้ตู้จ้ง (杜仲) 10 กรัม และกระดูกหมูในปริมาณที่เหมาะสม นำมาต้มเป็นซุปดื่ม มีสรรพคุณบำรุงตับและไต เสริมสร้างเอ็นและกระดูก ควรดื่มสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง
นอกจากนี้ ควรงดสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ลดการดื่มกาแฟเข้มข้นและเครื่องดื่มอัดลม หลีกเลี่ยงภาวะอ้วนเกินไปหรือผอมเกินไป และรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี
การออกกำลังกายแบบเต้าอิ่น: สามท่าตรวจสุขภาพกล้ามเนื้อ
การออกกำลังกายแบบเต้าอิ่นตามหลักแพทย์แผนจีนเน้นที่ ‘เคลื่อนไหวแล้วเกิดหยาง’ การออกกำลังกายแบบมีแรงต้านที่เหมาะสมสามารถกระตุ้นการทำงานของม้ามและไตได้ ที่บ้านสามารถใช้สามท่านี้เพื่อคัดกรองภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยเบื้องต้น:
ท่าที่หนึ่ง: วัดแรงบีบมือ – ใช้แขนข้างที่ถนัดแนบลำตัว งอข้อศอก 90 องศา แล้วบีบเครื่องวัดแรงบีบมือให้แน่น หากผู้หญิงน้อยกว่า 18 กิโลกรัม หรือผู้ชายน้อยกว่า 28 กิโลกรัม ควรระมัดระวัง
ท่าที่สอง: วัดรอบน่อง – นั่งในท่าที่ต้นขาและน่องทำมุม 90 องศา วัดส่วนที่กว้างที่สุดของน่อง หากผู้หญิงน้อยกว่า 33 เซนติเมตร หรือผู้ชายน้อยกว่า 34 เซนติเมตร แสดงว่ากล้ามเนื้ออาจลดลง
ท่าที่สาม: ทดสอบการลุกนั่ง – นั่งบนเก้าอี้ กอดอก แล้วลุกขึ้นยืนและนั่งลงติดต่อกัน 5 ครั้ง จับเวลา หากเกิน 12 วินาที แสดงว่าการทำงานของกล้ามเนื้อลดลง
หากผลการคัดกรองเบื้องต้นบ่งชี้ความเสี่ยง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม ในชีวิตประจำวันสามารถฝึกท่า ‘สองมือแตะเท้าบำรุงไตและเอว’ และ ‘กำหมัดเบิกตาเพิ่มพลังชี่’ จากชุดบริหารปาต้วนจิ่น ร่วมกับการเดินเร็ว ไทเก๊ก หรือการออกกำลังกายแบบมีแรงต้านอื่น ๆ สัปดาห์ละสามถึงห้าครั้ง ครั้งละ 30 นาที และควรได้รับแสงแดดกลางแจ้งเพื่อช่วยในการสร้างวิตามินดี
การกดจุด: ‘จุดแข็งแรง’ บำรุงม้ามและไต
นวดกดจุดต่อไปนี้ทุกวัน จุดละ 3 ถึง 5 นาที จนรู้สึกปวดหน่วงหรือตึง:
จุดจู๋ซานหลี่ (足三里): อยู่ใต้เข่าสามชุ่น บำรุงม้ามเสริมชี่ เสริมสร้างความแข็งแรงทั่วร่างกาย ถือเป็นจุดสำคัญอันดับหนึ่งในการดูแลสุขภาพ
จุดเสินซู (肾俞): อยู่ข้างกระดูกสันหลังส่วนเอวข้อที่สอง ห่างออกไป 1.5 ชุ่น บำรุงไตเสริมเอว เสริมสารจิงและเติมไขกระดูก
จุดไท่ซี (太溪): อยู่ในรอยบุ๋มระหว่างตาตุ่มด้านในและเอ็นร้อยหวาย บำรุงยินของไต เสริมสร้างเอ็นและกระดูกให้แข็งแรง
การเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกควรเริ่มต้นตั้งแต่เด็ก วัยรุ่นควรวิ่งกระโดดบ่อย ๆ ตากแดดให้เพียงพอ และรับประทานนม ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ให้ครบถ้วน เพื่อเป็นการ ‘ฝากเงินต้นเข้าบัญชีมวลกระดูก’ ส่วนในวัยผู้ใหญ่ก็ควรดูแลรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการ ‘บำรุงรักษาอย่างพิถีพิถัน’ การบำรุงม้ามและไตควบคู่กันไป ผสมผสานการเคลื่อนไหวและการพักผ่อน จึงจะทำให้ยามชรามีกระดูกและเอ็นที่แข็งแรง ก้าวเดินได้อย่างมั่นคง