ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนใช้สมาร์ทโฟนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานย่อมนำมาซึ่งอาการตาแห้งและอ่อนล้าจนกลายเป็นเรื่องปกติ ในมุมมองของแพทย์แผนจีนเชื่อว่า ‘การใช้สายตามากเกินไปย่อมทำลายเลือด’ (久視傷血) สุขภาพของดวงตานั้นมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับเลือดตับ เนื่องจากตับเปิดทวารที่ตา หากเลือดตับสมบูรณ์ ดวงตาก็จะสดใสมีประกาย แต่หากเลือดตับพร่อง ดวงตาก็จะขาดการหล่อเลี้ยง ทำให้เกิดอาการตาแห้งพร่ามัว วันนี้เราจะมาแนะนำชาสมุนไพร 3 ชนิด พร้อมกับการนวดกดจุด เพื่อช่วยบรรเทาอาการไม่สบายตาจากการใช้สายตามากเกินไป
เริ่มต้นด้วยชาบำรุงสายตาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายคือ ชาเก๋ากี้ดอกเก๊กฮวย เก๋ากี้มีสรรพคุณบำรุงตับและไต เสริมสร้างสารจำเป็น และบำรุงสายตาให้สดใส ส่วนดอกเก๊กฮวยช่วยระบายความร้อนจากตับ บำรุงสายตา และกระจายลมร้อน เมื่อนำมารวมกัน จะช่วยทั้งบำรุงและระบายความร้อน เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้สายตาเป็นเวลานานจนมีอาการตาแห้งและปวดเมื่อยตา วิธีชง: ใช้เก๋ากี้ 10 กรัม และดอกเก๊กฮวย 5 กรัม ชงด้วยน้ำร้อน สามารถเติมน้ำตาลกรวดเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ
ถัดมา หากมีอาการอ่อนล้าทางสายตา ร่วมกับเวียนศีรษะและใบหน้าซีดเซียว ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะชี่และเลือดไม่เพียงพอ ขอแนะนำ ชาลำไยพุทราจีน ลำไยมีสรรพคุณบำรุงเลือดและสงบจิตใจ พุทราจีนช่วยบำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร เสริมสร้างชี่และบำรุงเลือด เมื่อนำมารวมกัน จะช่วยเติมเต็มชี่และเลือดที่จำเป็นต่อดวงตา วิธีชง: ใช้เนื้อลำไย 10 กรัม และพุทราจีน 5 ผล (เอาเมล็ดออก) ต้มกับน้ำจนเดือด จากนั้นลดไฟอ่อน เคี่ยวต่ออีก 10 นาที
ชาชนิดที่สามคือ ชาเมล็ดคาเซีย เมล็ดคาเซียมีสรรพคุณช่วยระบายความร้อนจากตับ บำรุงสายตา และช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวดีขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการตาแดง บวม และมีขี้ตามาก ข้อควรระวัง: เมล็ดคาเซียมีฤทธิ์เย็นเล็กน้อย ผู้ที่มีภาวะม้ามและกระเพาะอาหารพร่องเย็นไม่ควรดื่มมากเกินไป วิธีชง: ใช้เมล็ดคาเซีย 10 กรัม คั่วให้หอม จากนั้นชงด้วยน้ำร้อน
นอกเหนือจากชาสมุนไพรแล้ว การนวดกดจุดก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญในการดูแลสายตาตามหลักแพทย์แผนจีน ขอแนะนำจุดสำคัญสองจุดคือ จุดจ้านจู (攢竹穴) และ จุดไท่หยาง (太陽穴) จุดจ้านจูอยู่บริเวณรอยบุ๋มหัวคิ้ว ใช้นิ้วหัวแม่มือกดและดันเบาๆ จากด้านในออกด้านนอก ครั้งละ 1 นาที จุดไท่หยางอยู่บริเวณรอยบุ๋มที่อยู่ห่างจากหางคิ้วและหางตาไปทางด้านหลังประมาณหนึ่งนิ้วมือ ใช้นิ้วชี้คลึงเบาๆ จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะและอ่อนล้าของดวงตาได้ แนะนำให้ทุกๆ 30 นาทีของการทำงาน ให้หลับตาและนวดกดจุดเหล่านี้เป็นเวลา 3-5 นาที
ในมุมมองของแพทย์แผนปัจจุบัน การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานจะลดการกะพริบตา ทำให้ของเหลวในดวงตาระเหยเร็วขึ้น ซึ่งการบำบัดตามหลักแพทย์แผนจีนนั้นมุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพการหลั่งน้ำตาจากภายใน นอกจากชาสมุนไพรและการนวดกดจุดแล้ว ยังควรให้ความสำคัญกับหลัก ‘目宜常運’ (มู่อี๋ฉางยวิ่น) คือการกลอกตาเป็นประจำ มองขึ้นลง ซ้ายขวา จากนั้นหมุนตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกา เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของชี่และเลือดบริเวณดวงตา
สรุปแล้ว การดูแลสายตาเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง แพทย์แผนจีนเน้นย้ำหลัก ‘治未病’ (จื้อเว่ยปิ้ง) หรือการป้องกันก่อนที่จะเกิดโรค การชงชาบำรุงสายตาและนวดกดจุดเพียงไม่กี่นาทีในแต่ละวัน ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการไม่สบายตาได้อย่างมาก หากอาการยังคงอยู่ ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนเพื่อการบำบัดที่เหมาะสมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น