ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ฉันมักจะตื่นขึ้นมากลางดึกราวตีสองตีสาม ราวกับมีใครมาสะกิดเบาๆ ในห้วงความคิดก็เริ่มฉายภาพเหตุการณ์ที่ยังค้างคาจากวันวาน รายงานที่ต้องส่งในสัปดาห์หน้า รวมถึงถ้อยคำที่เอ่ยไปแล้วต้องมานั่งเสียใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นตัว ยิ่งตื่นตัวก็ยิ่งวิตกกังวล จนสุดท้ายก็ต้องนอนลืมตาค้างรอแสงอรุณ
คืนหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย พลันนึกขึ้นได้ถึงคำแนะนำของเพื่อนแพทย์แผนจีนที่เคยบอกไว้ว่า หากนอนไม่หลับ ให้ลองสัมผัสบริเวณข้อมือด้านใน เขากล่าวว่า ณ จุดนั้นมีตำแหน่งที่เรียกว่า “เสินเหมิน” (ประตูจิตวิญญาณ) ซึ่งเป็นจุดหยวน (Yuan-source point) ของเส้นลมปราณหัวใจ มีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมจิตใจให้สงบลงได้
ด้วยความรู้สึกกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ ฉันยื่นมือขวาออกไป ใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนรอยบุ๋มบริเวณข้อมือซ้ายด้านใน ฝั่งที่ใกล้กับนิ้วก้อย เมื่อแรกกดลงไป สัมผัสได้ถึงความรู้สึกปวดหน่วงคล้ายสัมผัสเส้นเอ็นที่ตึงเครียด ฉันพยายามหายใจช้าๆ อย่างสม่ำเสมอ ความรู้สึกปวดหน่วงใต้ปลายนิ้วค่อยๆ คลายตัวและแผ่กระจายออกไป กลายเป็นความรู้สึกอุ่นๆ ทื่อๆ ที่ผ่อนคลาย ไม่นานนัก ประมาณสองสามนาที ฉันก็หาวออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ค่ำคืนนั้น ฉันได้หลับใหลอย่างสนิทที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา
หลังจากนั้น ฉันก็เริ่มศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และพบว่าการแพทย์แผนจีนมองเรื่องการนอนไม่หลับ ไม่ใช่เพียงแค่การบอกว่า “นอนไม่หลับก็กดจุดนั้นจุดนี้” หากแต่พวกเขาสนใจลึกลงไปถึงสาเหตุว่า “ทำไมคุณถึงนอนไม่หลับ” เช่นเดียวกับกรณีของฉัน ภายนอกอาจดูเหมือนเกิดจากความเครียด แต่สาเหตุที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือ “หัวใจมีไฟ” (心火旺) และ “ตับชี่ติดขัด” (ตับอักเสบจากความเครียด) อารมณ์ที่ยังไม่ได้รับการจัดการในเวลากลางวัน พอตกกลางคืนก็แปรเปลี่ยนเป็นกองไฟที่คอยเผาผลาญจิตใจให้ไม่สงบสุข
นอกเหนือจากจุดเสินเหมินแล้ว ฉันยังได้เรียนรู้การกดจุดไท่ชง (ตับชี่ไหลผ่าน) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหลังเท้า ในรอยบุ๋มด้านหน้าของกระดูกนิ้วเท้าที่หนึ่งและสอง จุดนี้เป็นจุดหยวนของเส้นลมปราณตับ มีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยระบายตับชี่ที่ติดขัด ทุกครั้งที่ฉันกดจุดนี้ รู้สึกราวกับกำลังคลายปมความตึงเครียดที่พันกันยุ่งเหยิงภายในร่างกาย บางครั้งกดไปเรื่อยๆ ก็จะถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว และเมื่อถอนหายใจเสร็จสิ้น ก็รู้สึกว่าก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในอกนั้นเบาลงอย่างน่าประหลาด
ทว่า ฉันก็ค่อยๆ ตระหนักได้ว่า จุดฝังเข็มเป็นเพียงกุญแจ ส่วนกลไกที่แท้จริงนั้นซ่อนอยู่ลึกกว่านั้น การแพทย์แผนจีนกล่าวถึง “อันเสิน” (ทำให้จิตใจสงบ) ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำให้ร่างกายสงบลงเท่านั้น หากแต่เป็นการช่วยให้จิตใจได้มีที่พึ่งพิงและกลับคืนสู่ความสงบสุข ในยามกลางวัน เรามักจะวุ่นวายกับการไล่ตามเป้าหมายภายนอก จนกระทั่งยามค่ำคืน เรากลับลืมเลือนวิธีที่จะจัดวางจิตใจของตนเอง จุดฝังเข็มจึงเป็นเสมือนเครื่องเตือนใจ ที่คอยย้ำเตือนเราว่า: ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะกลับมาดูแลเอาใจใส่ตนเอง
ปัจจุบันนี้ ทุกค่ำคืนก่อนเข้านอน ฉันจะใช้เวลาประมาณสิบนาทีในการทำพิธีกรรมเล็กๆ ให้กับตนเอง เริ่มจากการกดจุดเสินเหมิน เพื่อสัมผัสถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ค่อยๆ สงบลง จากนั้นจึงกดจุดไท่ชง เพื่อรับรู้ถึงการคลายตัวของตับชี่ที่ค่อยๆ ผ่อนคลายลง แล้วฉันก็จะวางมือเบาๆ บนหน้าท้อง เพื่อสัมผัสถึงการขึ้นลงของลมหายใจ บางครั้งก็ปล่อยใจให้ว่างเปล่า ไม่คิดอะไรเลย บางครั้งก็จะกล่าวกับตนเองเบาๆ ในใจว่า: วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว ถึงเวลาพักผ่อนได้แล้วนะ
สิบนาทีนี้ คือช่วงเวลาที่ฉันได้อยู่กับตนเองอย่างสงบที่สุด มันทำให้ฉันเข้าใจว่า การ “อันเสิน” ที่แท้จริงนั้น ไม่ได้อาศัยเพียงแค่เทคนิคหรือวิธีการ หากแต่คือทัศนคติที่เปี่ยมด้วยความเต็มใจ – เต็มใจที่จะหยุดพัก เต็มใจที่จะรับฟังเสียงจากภายในร่างกาย และเต็มใจที่จะค่อยๆ วางความคิดที่พลุ่งพล่านลงอย่างอ่อนโยน
หากคุณเองก็เคยต้องทนทุกข์กับการพลิกตัวไปมากลางดึกอย่างกระสับกระส่าย ลองค้นหา “เส้นเอ็น” นั้นบนข้อมือของคุณดูสิ ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องคาดหวังผลลัพธ์ที่ฉับพลัน เพียงแค่ใช้เวลาอยู่กับตนเองอย่างสงบสักครู่ บางทีคุณอาจจะเหมือนฉัน ที่ในความรู้สึกปวดหน่วงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้น ได้ค้นพบความง่วงงุนที่สงบและคุ้นเคยซึ่งหายไปนาน กลับคืนมาอีกครั้ง